ผลเสียต่อสังคมจากโซเซียลมีเดีย

ผลเสียต่อสังคมจากโซเซียลมีเดีย

โซเซียลมีเดียคือเครื่องมือทางสังคมแบบออนไลน์ที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง แต่ในความจริงโซเซียลมีเดียไม่สามารถตอบสนองความต้องการทั้งหมดได้ ในทางกลับกันโซเซียลมีเดียก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลเสียต่อสังคมเช่นกัน

โซเซียลมีเดียสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคม

โซเซียลมีเดียอาจสร้างความเหลื่อมล้ำทางสังคมดิจิทัล ความแตกต่างในระดับการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างสังคมหรือกลุ่มประชากรที่แตกต่างกัน คนเร่ร่อน, คนยากจน, ผู้สูงอายุและผู้ที่อาศัยอยู่ในชนบทหรือชุมชนห่างไกลสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้น้อยหรือแทบไม่มีทางเลย ในทางตรงกันข้ามคนชั้นกลางและคนชั้นสูงในเขตเมืองมีอัตราการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตสูงมาก 

ในสังคมสารสนเทศสมัยใหม่บุคคลผู้มีอิทธิพลทางความคิดเป็นผู้ผลิตเนื้อหาทางอินเทอร์เน็ตในขณะที่คนอื่นๆเป็นเพียงผู้เสพเนื้อหาเท่านั้น ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อสังคมได้ง่าย 

โซเซียลมีเดียทำให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ความมั่งคั่งจะถูกสูบขึ้นสู่จุดสูงสุดทางเศรษฐกิจ       โดยโซเซียลมีเดียจะเพิ่มความไม่เท่าเทียมกันของข้อมูลระหว่างบุคคลซึ่งสามารถใช้โซเซียลมีเดียได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และชาวบ้านซึ่งไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ 

โซเซียลมีเดียสร้างความขัดแย้งทางการเมือง

ความขัดแย้งหรือการแบ่งขั้วทางการเมืองมีแนวโน้มที่จะถูกกำหนดขึ้นอย่างเข้มข้นโดยการระบุตัวตนกับพรรคการเมืองหรืออุดมการณ์ที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าปัจจัยอื่นๆ เมื่อผู้ใช้โซเซียลมีเดียสนับสนุนข้อมูลตามความเชื่อของตนและไม่สนใจข้อมูลที่ขัดแย้งกับความเชื่อของตน

จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่าโซเซียลมีเดียมีบทบาทในการเพิ่มการแบ่งขั้วทางการเมือง และนำไปสู่การโน้มน้าวความเชื่อทางการเมืองด้วยเช่นกัน โดยบุคคลที่ใช้โซเซียลมีเดียมีแนวโน้มที่จะมีความเชื่อทางการเมืองของตนมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้โซเซียลมีเดียเป็นช่องทางในการรับข่าวสาร 

โซเซียลมีเดียสร้างปัญหาทางเพศ

โดยทั่วไปแล้วเด็กผู้หญิงมักจะแสดงอารมณ์ในโพสต์ของตนมากกว่าเด็กผู้ชายซึ่งนักจิตวิทยาวิเคราะห์ว่ามันสามารถนำไปสู่การต่อต้านตนเองได้ ในทางกลับกันนักวิจัยพบว่าเด็กผู้ชายชอบที่จะวาดภาพตัวเองว่าเป็นคนที่เข้มแข็ง มีอิสระและมีพลังและไม่โพสต์ภาพตัวเองมากเท่าเด็กผู้หญิง ส่วนเด็กผู้หญิงมักชอบโพสต์ภาพที่มีตัวเองกับเพื่อนและสิ่งที่พวกเธอมีความสัมพันธ์ทางอารมณ์ด้วย 

นักวิจัยสรุปว่าความเป็นชายมักเกี่ยวข้องกับความเป็นปกติทางจิตใจในเชิงบวก ในขณะที่ความเป็นหญิงแสดงความเป็นปกติทางจิตใจน้อยกว่า พบว่าโซเซียลมีเดียสนับสนุนแบบแผนทางเพศทั้งหญิงและชาย แต่คนส่วนใหญ่มองว่าค่านิยมของเด็กผู้ชายเป็นเชิงบวกมากกว่าเด็กผู้หญิง

โซเซียลมีเดียอาจสร้างผลเสียด้านการสื่อสารของเยาวชน

ในทางบวกโซเซียลมีเดียช่วยให้มีการแลกเปลี่ยนและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม โซเซียลมีเดียได้หลอมรวมวัฒนธรรมและวิธีการสื่อสารที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน โดยผสมผสานวิธีคิดและการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่หลากหลายเข้าด้วยกัน

อีกกระแสหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อวิธีการสื่อสารของเยาวชนคือ การใช้แฮชแท็กในโซเซียลมีเดียต่างๆ แฮชแท็กถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดระเบียบและค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ผู้คนสามารถใช้แฮชแท็กเมื่อต้องการสนับสนุนการเคลื่อนไหวและอนุญาตให้ผู้ใช้โซเซียลมีเดียรายอื่นมีส่วนร่วมในการให้ความเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวบางอย่างโดยใช้แฮชแท็กที่มีอยู่ 

โซเซียลมีเดียได้ทำให้เกิดแรงกดดันกับสังคมที่มีทั้งการสื่อสารเชิงบวกและเชิงลบ ตั้งแต่ความคิดเห็นใน Facebook ไปจนถึงการกดไลค์บน Instagram การสื่อสารของเยาวชนและสิ่งที่เป็นที่ยอมรับของสังคมปัจจุบันมีพื้นฐานมาจากโซเซียลมีเดียเป็นอย่างมาก  

โซเซียลมีเดียทำให้เยาวชนมีความอ่อนแอต่อแรงกดดันจากเพื่อน การกลั่นแกล้งเพื่อนที่ไม่ร่วมกลุ่มและการคุกคามทางเพศได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นรวมทั้งสร้างปัญหาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของบุคคลเช่นกัน 

#ข่าวเทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุด #ข่าวเทคโนโลยี #โซเซียลมีเดีย